‘ผู้ป่วยกายภาพบำบัด’ กับบุคลากรด้านสาธารณสุข

เมื่อผู้ป่วยทำกายภาพบำบัดด้วยตัวเอง โดยหวังว่าอาการของตนเองจะดีแต่กลับส่งผลร้าย? บุคลากรด้านสาธารณสุขควรมีส่วนร่วมอย่างไร อีกหนึ่งกรณีศึกษา จากวิชากายภาพบำบัดชุมชน คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยรังสิต ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านจังหวัดเพชรบุรี ลุงสมพงษ์ กลิ่นมาลี อายุ 64 ปี ต.บางขุนไทร อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ผู้ป่วยมีอาการ อ่อนแรงครึ่งซีกขวาจากการล้มกระแทก 3 ครั้ง

ด้วยความที่ที่พักอาศัยห่างจากชุมชนและตัวเมือง ทำให้ตัวผู้ป่วยเองหรือแม้แต่สมาชิกในครอบครัวไม่สามารถรับรู้ข่าวสารจากชุมชน เช่น เสียงตามสาย หรือ ประกาศต่างๆ เกี่ยวกับการตรวจสุขภาพและการอนามัย หลังจากเกิดอาการผิดปกติทางร่างกายและไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เป็นปกติ นายสมพงษ์จึงทำกายภาพบำบัดด้วยตัวเองและคิดว่าตนเองสามารถที่จะเยียวยารักษาตนเองได้ แต่หารู้ไม่ว่าวิธีการที่กำลังพยายามทำอยู่นั้นไม่สามารถช่วยให้อาการดีขึ้น ผิดหลักการทำกายภาพบำบัด และอาจส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อส่วนอื่น
แล้วอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลมีอาการทางกายภาพดีขึ้น คำตอบแรกจากกรณีศึกษานี้คือ นายสมพงพษ์ได้รับคำแนะนำจากนักกายภาพบำบัดชุมชนที่ลงพื้นที่ ทั้งจากคณาจารย์และนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่เตรียมตัวจะไปเป็นนักกายภาพบำบัดในอนาคต น.ส.เปลว พันธ์สา อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ดอนผิงแดด ม.5 ต.บางขุนไทร ระบุว่า นักศึกษาและคณาจารย์ คณะกายภาพบำบัด ม.รังสิต มีส่วนสำคัญที่เข้ามาช่วยเหลือนายสมพงษ์ แนะนำวิธีการออกกำลังกายและกายภาพบำบัดที่ถูกต้อง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น โดยที่ผ่านมาชุมชนไม่เคยได้รับการช่วยเหลือในลักษณะนี้มาก่อน ด้วยความเคารพในการรักษาผู้ป่วยและพูดคุยกับชาวบ้านอย่างมีมิตรไมตรี ทำให้ชาวบ้านยินยอมรับการรักษาและมีความไว้เนื้อเชื่อใจ ชาวบ้านเปิดใจยอมรับและเรียนรู้ว่า กายภาพบำบัด ที่ถูกต้องคืออะไร
จากการเรียนรู้ที่ถูกต้อง ปัจจุบัน นายสมพงษ์ จากที่เคยอ่อนแรงกระทั่งเดินไม่ได้ ตอนนี้สามารถเดินได้ไกลมากขึ้นถึง 3 เท่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี และสร้างความภาคภูมิใจให้กับนักศึกษาและคณาจารย์คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยรังสิต ที่สามารถนำเอาวิชาความรู้ที่เรียนในห้องเรียน นำมาพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth