รถรับจ้างขนของ ล้างห้องเครื่องรถยนต์ มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

รถรับจ้างขนของ ล้างห้องเครื่องรถยนต์ มีประโยชน์มากกว่าที่คิด “การล้างรถ” เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่บ่งบอกว่า คุณรักและเอาใจใส่รถของตนเองมากเพียงใด รถคันไหนยิ่งเงาวับ สีสันสดใหม่เหมือนเพิ่งถอยออกจากโชว์รูม แปลว่า เจ้าของรถคันนั้น ต้องรักรถมาก แต่การดูแลรถไม่ใช่แค่การทำความสะอาดเพียงภายนอกหรือภายในรถยนต์เท่านั้น “ห้องเครื่องรถยนต์” ก็เป็นอีกจุดที่ควรได้รับการดูแลและหมั่นทำความสะอาดเช่นกัน

ซึ่งการล้างห้องเครื่องรถยนต์ส่วนใหญ่นั้น มักพึ่งพาบริการร้านคาร์แคร์ หรือศูนย์บริการต่าง ๆ เพราะมีความเชี่ยวชาญมากกว่าเรา ทั้งไม่ต้องมานั่งกังวลว่า ล้าง ๆ อยู่ จะพลาดไปทำระบบไฟฟ้าเสียหายหรือไม่ ยังไม่รวมที่อาจโดนขู่มาว่า ล้างห้องเครื่องรถยนต์มีขั้นตอนยุ่งยาก หรือล้างไม่ดีเครื่องจะรวนไปเลย พอเป็นแบบนี้ พาลให้ท้อใจ

แต่จะให้เปลืองเงินบ่อย ๆ ก็คงไม่ดี ลองฮึดสู้ หัดล้างห้องเครื่องรถยนต์ด้วยตัวเองดีกว่า ส่วนขั้นตอนล้างห้องเครื่องที่ถูกวิธี ต้องทำอย่างไร และประโยชน์ที่ได้มีอะไรบ้าง เรามาดูกันเลยค่ะ
ล้างห้องเครื่องรถยนต์ มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

ในการล้างส่วนต่าง ๆ ของห้องเครื่องให้สะอาดนั้น ไม่ได้เป็นเพียงการกำจัดคราบสกปรกออกจากอุปกรณ์ที่อยู่ในห้องเครื่องเท่านั้น แต่ยังช่วยให้รถของคุณระบายความร้อนได้ดียิ่งกว่าเดิม ที่สำคัญ ระหว่างล้างคุณอาจบังเอิญไปเห็นว่า จุดใดจุดหนึ่งของห้องเครื่องมีปัญหา อาทิ มีรอยรั่วตรงจุดที่เชื่อมต่อกับน้ำมัน เป็นต้น ถือว่า การล้างห้องเครื่องรถยนต์ เปรียบเสมือนการเช็คสภาพเครื่องยนต์ไปในตัวนั่นเอง
หมั่นล้างห้องเครื่องรถยนต์บ่อย ๆ เป็นดีหรือไม่ดี ?

ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า เครื่องยนต์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่อยู่ภายในห้องเครื่องนั้น ไม่ใช่อุปกรณ์ที่สามารถสัมผัสกับน้ำได้โดยตรง และอุปกรณ์บางชิ้น ก็ระบุไว้เลยว่า ห้ามโดนน้ำบ่อย เพราะอาจทำให้เป็นสนิมได้ รวมถึงพลาสติกที่ติดตั้งไว้กับอุปกรณ์ในห้องเครื่องที่อาจเสื่อมสภาพไวขึ้น จนนำไปสู่สาเหตุการเสื่อมสภาพของเครื่องยนต์

ประกอบกับ ภายในห้องเครื่องรถเป็นพื้นที่ที่มีแผงวงจรไฟฟ้า การต้องสัมผัสน้ำบ่อย ๆ โดยไม่ได้รับการดูแลที่ถูกวิธีเสี่ยงเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ คงได้คำตอบแล้วว่า เราไม่ควรล้างห้องเครื่องบ่อย เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหาเครื่องยนต์เสื่อมสภาพ
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม ก่อนลงมือล้างห้องเครื่องรถยนต์ด้วยตัวเอง

สายยางฉีดน้ำ พร้อมหัวฉีดแบบปรับได้ และกระบอกฉีดน้ำ
ฟองน้ำ แปรงขัดแบบมีด้ามจับ และแปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้ว
น้ำยาทำความสะอาดห้องเครื่อง
น้ำยาเคลือบห้องเครื่อง
ผ้าไมโครไฟเบอร์ หรือผ้าเช็ครถแบบอื่น ๆ
เครื่องเป่าลม
ถุงมือ
ฟิล์มถนอมอาหาร หรือถุงพลาสติก
น้ำยาไล่ความชื้น

ขั้นตอนการล้างห้องเครื่อง ที่คุณก็ทำเองได้ที่บ้าน

เช็กห้องเครื่องก่อนว่า ร้อนอยู่หรือเครื่องเย็นแล้ว หากเครื่องยนต์ยังร้อน ให้รอจนเครื่องเย็น
ถอดขั้วแบตเตอรี่ก่อน การล้างครั้งนี้เราต้องใช้น้ำ และน้ำคือสื่อไฟฟ้า อาจจะทำให้เกิดการลัดวงจรต่อระบบไฟหัวฉีด กล่องคอมพิวเตอร์พังได้ หรือเกิดไฟช็อตลุกติดน้ำมันผสมได้
นำฟิล์มถนอมอาหาร หรือถุงพลาสติกมาหุ้มส่วนที่อาจเกิดอันตรายจากน้ำ และความชื้นได้ อาทิ ปลั๊กจานจ่าย จานจ่าย คอยล์ ตัวช่วยจุดระเบิด ปลั๊กเซนเซอร์ และกล่องฟิวส์ เป็นต้น
จากนั้น ค่อยใช้สายยางฉีดน้ำไปที่ห้องเครื่อง โดยปรับหัวฉีดให้เป็นละอองแบบฝอย และไม่ต้องฉีดน้ำแรง เพราะเราต้องการฉีดน้ำให้พอแฉะเท่านั้น
ผสมน้ำยาล้างห้องเครื่องกับน้ำเปล่า ในอัตราส่วนตามที่ผลิตภัณฑ์กำหนดลงในถัง
สวมถุงมือป้องกันของมีคมเรียบร้อยแล้ว ค่อยนำฟองน้ำไปชุบน้ำยาที่ผสมแล้ว ก่อนนำไปค่อย ๆ ลูบในส่วนที่สกปรกมาก ๆ ก่อน แล้วไล่ไปให้ทั่วทั้งห้องเครื่อง
ในส่วนที่ลูบไปไม่ถึง ให้ใช้น้ำยาใส่ในกระบอกฉีดน้ำ ฉีดบริเวณที่เข้าไม่ถึง แล้วทิ้งไว้สักครู่
หลังจากทิ้งให้น้ำยากำจัดคราบน้ำมันต่าง ๆ แล้ว ก็เริ่มใช้ฟองน้ำหรือแปรงขัดถูให้ทั่ว
เมื่อขัดถูเสร็จแล้วก็ใช้น้ำค่อย ๆ ล้างอย่างเบา ๆ จนทั่วห้องเครื่อง โดยต้องระวังอย่าฉีดน้ำบริเวณที่หุ้มพลาสติกไว้
ให้นำเครื่องเป่าลม มาเป่าไล่น้ำที่ค้างอยู่บริเวณต่าง ๆ ของห้องเครื่องให้หมด
เมื่อเช็คว่า เป่าไล่น้ำไปหมดแล้ว ค่อยนำถุงพลาสติคที่หุ้มออกให้หมด
หยิบเครื่องเป่าลมมาใช้อีกครั้ง โดยให้เป่าลมในส่วนที่พลาสติกหุ้มไว้อีกครั้ง จนแห้งสนิท
ใช้แวกซ์ฉีดเคลือบในส่วนที่เป็นพลาสติก และท่อยางต่าง ๆ จากนั้น ใช้ฟองน้ำเช็ดให้ทั่วอีกครั้ง
ฉีดน้ำยาไล่ความชื้นในส่วนที่เป็นวงจรไฟฟ้า และระบบจุดระเบิดเครื่องยนต์ แล้วใส่ขั้วแบตเตอรี่ให้เรียบร้อย
สตาร์ทเครื่องยนต์รอให้เครื่องร้อน แล้วตรวจสอบระบบการทำงานต่าง ๆ เช่น เครื่องสั่น เร่งไม่ออก ถ้าผิดปกติ ให้ใช้น้ำยาไล่ความชื้นฉีดพ่นที่ระบบจุดระเบิดอีกครั้ง

สิ่งที่ควรพึงระวัง

ห้ามทำความสะอาดห้องเครื่องรถตอนเครื่องกำลังร้อนเด็ดขาด เนื่องจากเครื่องยนต์พึ่งหยุดทำงาน และต้องการระบายความร้อนให้ออกไปก่อน เพื่อให้สามารถปรับสภาพได้ ดังนั้น การทำความสะอาดห้องเครื่องที่กำลังร้อนอาจทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ถูกติดตั้งภายในห้องเรื่องได้รับความเสียหายหรือช็อตได้